ขนาดตัวอักษร
ความตัดกันของสี
c
c
c
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก

ลงทะเบียนสมัครเรียนภายใต้โครงการ Thailand Skill Bridge

ข้อมูลหลักสูตรและแผนการฝึกอบรม

14 กรกฎาคม 2569 ถึง 5 สิงหาคม 2569
พัฒนาศักยภาพกำลังคนทางด้านการออกแบบขั้นสูงสำหรับโครงสร้างหรืออุปกรณ์ในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศภายใต้สภาพแวดล้อมที่รุนแรง
บริษัท วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี จำกัด
1. อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
1. Metallurgical and Material Engineering
2. Armament Engineering
1. โครงสร้างหรืออุปกรณ์ที่ใช้ในภารกิจทางการทหารและมาตรฐานการทดสอบ MIL-STD 810
2. สมบัติเชิงกลและการเลือกวัสดุขั้นสูง
3. การออกแบบชิ้นส่วนทางกลและการทำนายความเสียหายภายใต้ภาระสถิต (Part I)
4. การออกแบบชิ้นส่วนทางกลและการทำนายความเสียหายภายใต้ภาระสถิต (Part II)
5. การออกแบบขั้นสูงและการทำนายความเสียหายของชิ้นส่วนทางกลภายใต้ภาระพลวัต (Part I)
6. การออกแบบขั้นสูงและการทำนายความเสียหายของชิ้นส่วนทางกลภายใต้ภาระพลวัต (Part II)
7. การออกแบบขั้นสูงและการทำนายความเสียหายของชิ้นส่วนทางกลภายใต้ภาระพลวัต (Part III)
8. การออกแบบขั้นสูงสำหรับชิ้นส่วนทางกลด้วย CAD
9. การออกแบบขั้นสูงสำหรับชิ้นส่วนทางกลด้วย CAD
10. การวิเคราะห์ขั้นสูงสำหรับชิ้นส่วนทางกลด้วย CAE
Bootcamp
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร
Internship
สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ
ภาคทฤษฎี 34 ชั่วโมง | ภาคปฏิบัติ 36 ชั่วโมง
1. วัตถุประสงค์
1.1 พัฒนาทักษะด้านการออกแบบโครงสร้างและชิ้นส่วนทางกลขั้นสูงให้สามารถรองรับสภาพแวดล้อมรุนแรงตามมาตรฐาน MIL-STD-810
1.2 เสริมความสามารถในการวิเคราะห์สมบัติเชิงกลของวัสดุและการเลือกวัสดุขั้นสูงด้วยหลักฐานเชิงวิศวกรรม เช่น Ashby Chart และข้อมูลเชิงสถิติ
1.3 ยกระดับทักษะด้านการออกแบบและการทำนายความเสียหายภายใต้ภาระสถิตและภาระพลวัต รวมถึง Shock Impact Vibration และ Fatigue
1.4 พัฒนาทักษะการใช้เครื่องมือ CAD และ CAE ระดับอุตสาหกรรมเพื่อสร้างแบบจำลอง วิเคราะห์ความแข็งแรง และตรวจสอบพฤติกรรมของชิ้นส่วนทางกล
1.5 สร้างความสามารถบูรณาการข้อมูล CAD และ CAE เพื่อจัดทำ Engineering Note สำหรับใช้งานจริงในระบบอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
1.6 เตรียมบุคลากรให้มีสมรรถนะสูง พร้อมรองรับงานออกแบบ พัฒนา และตรวจสอบชิ้นส่วนทางกลในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

2. หมวดหมู่
2.1 ทักษะคิดขั้นสูง (Cognitive Skills) ครอบคลุมการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมรุนแรงตาม MIL STD 810 การประเมินผลกระทบต่อโครงสร้าง การวิเคราะห์สมบัติวัสดุเชิงกล การประเมินปัจจัยความเสียหายภายใต้ภาระสถิตและพลวัต รวมถึงการตัดสินใจเลือกวัสดุและแนวทางการออกแบบตามหลักฐานเชิงวิศวกรรม
2.2 ทักษะเทคนิค (Technical Skills) ครอบคลุมการออกแบบชิ้นส่วนภายใต้โหลดสถิตและพลวัต การทำนายอายุล้า การออกแบบสกรู สปริง แบริ่ง และงานเชื่อม การใช้เครื่องมือ CAD ขั้นสูง การสร้างแบบจำลอง CAE ทั้ง Static Modal Harmonic Random vibration และ Fatigue รวมถึงการประยุกต์ใช้มาตรฐาน MIL STD ในงานทางกล
2.3 ทักษะวิชาชีพ (Professional Skills) ครอบคลุมการจัดทำ Engineering Note การสื่อสารด้านวิศวกรรม การใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจเชิงเทคนิค การนำเสนอผลงานออกแบบ การทำงานร่วมกับผู้อื่นในสภาพแวดล้อมระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และการบูรณาการ CAD และ CAE สู่กระบวนการออกแบบอย่างเป็นระบบ

3. การวัดผล
3.1 การทดสอบหลังเรียนเพื่อตรวจสอบความเข้าใจสมบัติของวัสดุ ภาระสถิต ภาระพลวัต และมาตรฐาน MIL-STD-810
3.2 การประเมิน Workshop และกิจกรรมปฏิบัติการรวม 12 Workshop เพื่อตรวจสอบความสามารถเชิงปฏิบัติในการออกแบบ การเลือกวัสดุ และการวิเคราะห์ความเสียหาย
3.3 การประเมินแบบจำลอง CAD เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของการสร้าง Feature ขั้นสูง Assembly GD and T และความสมบูรณ์ของ Drawing ตาม MIL-STD
3.4 การประเมินการวิเคราะห์ CAE เพื่อตรวจสอบคุณภาพ Mesh การตั้งค่าภาระ การวิเคราะห์ Static Modal Harmonic Random vibration และ Fatigue
3.5 การนำเสนอ Mini Project เพื่อตรวจสอบความสามารถออกแบบและวิเคราะห์ชิ้นส่วนเชิงลึก พร้อมสรุปผลเชิงวิศวกรรมในรูปแบบ Engineering Note ใช้งานจริง

4. ความเชื่อมโยงกับมาตรฐานหรือสมรรถนะ
4.1 เชื่อมโยงกับมาตรฐาน MIL-STD-810 ด้านความทนทานของชิ้นส่วนและความน่าเชื่อถือของระบบ
4.2 เชื่อมโยงกับสมรรถนะด้าน Material Engineering และกระบวนการเลือกวัสดุสำหรับภารกิจสนาม
4.3 เชื่อมโยงกับสมรรถนะด้าน Mechanical Design และ Strength of Materials สำหรับงานออกแบบภารกิจทางการทหาร
4.4 เชื่อมโยงกับสมรรถนะด้าน Dynamics และ Fatigue Engineering รวมถึงมาตรฐานการสั่นสะเทือน MIL-STD
4.5 เชื่อมโยงกับสมรรถนะด้าน Component Design มาตรฐานงานผลิต และความเชื่อถือได้ภาคสนาม
4.6 เชื่อมโยงกับมาตรฐานการเขียนแบบและ GD and T ตาม ASME Y14.5 และรูปแบบ Drawing ในงาน MIL-STD
4.7 เชื่อมโยงกับสมรรถนะด้าน Simulation Engineering และ Finite Element Analysis สำหรับงานวิเคราะห์โครงสร้าง
4.8 เชื่อมโยงกับสมรรถนะด้าน Engineering Practice ในการจัดทำ Engineering Note และการตัดสินใจเชิงวิศวกรรมอย่างเป็นระบบ