SEARCH

ข่าวประชาสัมพันธ์

สอวช. จัดบูทแนะนำแพลตฟอร์มพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง และสิทธิประโยชน์ด้านการพัฒนากำลังคน ในงาน งานแถลงข่าวเปิดตัวนโยบาย อว. For EV ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี

16 กุมภาพันธ์ 2567 117

สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมจัดนิทรรศการแนะนำแพลตฟอร์มพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง STEMPlus และสิทธิประโยชน์ด้านการพัฒนากำลังคน ในงาน “งานแถลงข่าวเปิดตัวนโยบาย อว. For EV” จัดโดยกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ห้องประชุมออดิทอเรียม ชั้น 3 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี โดย น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แถลงเปิดตัวนโยบาย “อว for EV” ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นการรวมตัวครั้งใหญ่ของผู้ที่อยู่ในวงการอีวี  น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ทั้งนี้นโยบายนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ตั้งเป้าหมายตามโนบาย 30@30 ให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า และชิ้นส่วนที่สำคัญที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หรืออีวีฮับ และ 10 อันดับแรกของโลก ผลิตยานยนต์ที่ไม่ปล่อยมลพิษ (Zero Emission Vehicle: ZEV) ให้ได้อย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดของประเทศไทย และมีเป้าหมายการผลิตรถ ZEV (Zero Emission Vehicle) หรือยานยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 30 ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดภายในปี 2573 คิดเป็นกำลังการผลิตรถยนต์ประมาณ 725,000 คัน และรถจักรยานยนต์ประมาณ 675,000 คัน เพื่อสร้างอุตสาหกรรมใหม่ให้กับประเทศ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ แก้ไขความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม และสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม   ภายในงานมีการจัดนิทรรศการประชาสัมพันธ์แพลตฟอร์มพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง STEMPlus ซึ่งทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการเชื่อมโยงความต้องการระหว่างผู้ประกอบการ ภาคการศึกษา และภาครัฐ นำไปสู่ความร่วมมือด้านการพัฒนากำลังคน การพัฒนาแนวทางการจัดการศึกษา และการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานภายใต้แพลตฟอร์มการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงตอบการลงทุนของภาคผลิตและบริการ  ในการผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงจากสถาบันอุดมศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคเอกชน   แพลตฟอร์ม STEMPlus มีบริการและข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ ภาคการศึกษา และบุคคลทั่วไป อาทิ การขอรับรองการจ้างงานทักษะสูงด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์ หรือ STEM และการขอรับรองหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากร มาตรการ Thailand Plus Package การแจ้งความประสงค์ความต้องการกำลังคน การเผยแพร่หลักสูตรฝึกอบรมที่ผ่านการรับรองจาก อว. การฝากประวัติสำหรับการสมัครงานหรือเข้าร่วมโครงการ รวมทั้งข้อมูลด้านสิทธิประโยชน์ และสถิติกำลังคนด้าน STEMให้แก่ผู้สนใจ พร้อมทั้งแนะนำการใช้งานแพลตฟอร์ม โดยคาดว่าจะมีบริษัทและผู้ประกอบการในระดับจังหวัดที่สนใจเข้ารับบริการจาก STEMPlus เพิ่มมากขึ้น ถือเป็นการขยายผลการดำเนินงานของแพลตฟอร์มให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นด้วย

สอวช. ปลื้ม แพลตฟอร์มพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง “STEMPlus” คว้ารางวัลเลิศรัฐ ระดับดีเด่น ประจำปี 2566ประเภทบริการตอบโจทย์ตรงใจ ตอบเป้าหมายการพัฒนากำลังคนสู่อนาคต

8 กันยายน 2566 664

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2566 ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) นางสาวภาณิศา หาญพัฒนนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมอุดมศึกษาและการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต พร้อมตัวแทนพนักงาน สอวช. เข้ารับมอบรางวัลเลิศรัฐ ประเภทบริการตอบโจทย์ตรงใจ ระดับดีเด่น ประจำปี 2566 จากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) โดยโครงการที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้คือ “แพลตฟอร์มพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงตอบการลงทุนของภาคผลิตและบริการ” หรือ แพลตฟอร์ม STEMPlus ดร.กิติพงค์  กล่าวว่า นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งของ สอวช. ที่ กพร. ได้มอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้ให้กับเรา ทีมงานทุกคนทุ่มเทและตั้งใจที่จะสร้างแพลตฟอร์ม STEMPlus ขึ้นมา ให้เป็นแพลตฟอร์มให้บริการขนาดใหญ่รองรับความต้องการด้านกำลังคนให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยรวบรวมหลักสูตรฝึกอบรมพัฒนากำลังคน ตอบโจทย์ตามความต้องการของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เน้นการส่งเสริมการปรับทักษะ ยกระดับทักษะ (Reskill Upskill) และจับคู่กำลังคนไปสู่การทำงานและการประกอบอาชีพ ตอบโจทย์ 3 กลุ่ม สำคัญ ได้แก่ กลุ่มที่ 1 ผู้ประกอบการ สามารถนำค่าใช้จ่ายการจ้างงานบุคลากรด้าน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ หรือ สะเต็ม (STEM)  ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ผ่านการรับรองไปขอลดหย่อนภาษีได้ 150% ซึ่งปัจจุบันมีการขอรับรองการจ้างงานแล้ว 4,446 ตำแหน่งงาน จาก 105 บริษัท นอกจากนี้สถานประกอบการที่ส่งบุคลากรเข้ารับฝึกอบรมในหลักสูตรที่ผ่านการรับรองจาก อว. สามารถขอลดหย่อนภาษีได้ 250% ซึ่ง STEMPlus ได้รวบรวมรายชื่อหลักสูตร จำนวน 691 หลักสูตร จาก 70 หน่วยฝึกอบรม ซึ่งมีผู้เข้ารับการฝึกอบรมแล้ว 55,130 คน โดยมีเป้าหมายจะพัฒนาคนให้ได้ 100,000 คน ภายในปี 2567 กลุ่มที่ 2 นักศึกษาและบุคคลทั่วไป จะได้รับประโยชน์จากการเพิ่มโอกาสการได้ทำงานที่ต้องการและพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ที่จำเป็น โดยปัจจุบันยังได้มีนวัตกรรมการศึกษาในรูปแบบการจัดการศึกษาที่แตกต่างจากมาตรฐานการอุดมศึกษา หรือ Higher Education Sandbox เกิดขึ้นจำนวน 11 โครงการ ซึ่งสามารถผลิตกำลังคนที่สอดคล้องตามความต้องการได้อย่างน้อย 20,000 คนภายในปี 2575 และในกลุ่มที่ 3 ตอบโจทย์หน่วยฝึกอบรม ให้ได้รับการส่งเสริมให้พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมที่ตอบโจทย์ตามความต้องการในหลากหลายสถานการณ์

สอวช. รับรอง 26 หลักสูตรใหม่ในการพัฒนาบุคลากรด้านสะเต็มต้อนรับปี 2567 พร้อมมอบสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกอบการยกเว้นภาษีได้มากถึง 250%

4 มกราคม 2567 236

เริ่มต้นปี 2567 กับหลักสูตรอัปเดตล่าสุดที่ผ่านการรับรองตามมาตรการ Thailand Plus Package ตอบโจทย์ผู้ประกอบการ เตรียมพร้อมส่งบุคลากรเข้ามาพัฒนาทักษะกันได้เลย!.สำหรับเดือนมกราคม 2567 นี้ มีหลักสูตรอัปเดตใหม่กว่า 26 หลักสูตร ทั้งหลักสูตรด้านดิจิทัล หลักสูตรด้านอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ รวมถึงหลักสูตรด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน.หลักสูตรเหล่านี้เป็นหลักสูตรจากหน่วยฝึกอบรม ทั้งภาครัฐ มหาวิทยาลัย และภาคเอกชน ที่ได้รับการรับรอง ตามมาตรการ Thailand Plus Package มุ่งเน้นการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรด้าน STEM ที่สอดคล้องกับความต้องการทักษะบุคลากรสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย (Future Skills Set) ซึ่งผู้ประกอบการสามารถนำค่าใช้จ่ายในการส่งบุคลากรเข้าอบรมในหลักสูตร ไปขอยกเว้นภาษีเงินได้จากกรมสรรพากรได้ถึง 250%    ตัวอย่างหลักสูตรใหม่ที่น่าสนใจ เช่น หลักสูตร Brandformance กลยุทธ์สร้างแบรนด์ให้เกิดยอดขาย หลักสูตร Generative AI for Leader หลักสูตรสร้างแอปแรกด้วย Appsheet  หลักสูตรการสำรวจและทำแผนที่ด้วยอากาศยานไร้คนขับ หลักสูตร Climate Change Adaptation

สอวช. - มรภ. อุดรธานี หารือยกระดับความสามารถกำลังคนผ่านแพลตฟอร์ม STEMPlus ร่วมกับผู้ประกอบการในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

24 พฤศจิกายน 2566 185

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) โดย นางสาวภาณิศา หาญพัฒนนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมอุดมศึกษาและการพัฒนาทักษะแห่งอนาคต ได้เข้าร่วมเป็นวิทยากรเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจและแลกเปลี่ยนเรื่องสิทธิประโยชน์และมาตรการสนับสนุนด้านการพัฒนาบุคลากรสมรรถนะสูง ภายใต้แพลตฟอร์มพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง (STEMPlus) และการดำเนินงานของศูนย์ประสานงานแพลตฟอร์มพัฒนากำลังสมรรถนะสูง (STEM One-Stop Service: STEM OSS)ณ ห้องประชุมสุพรรณิการ์ ชั้น 2 ศูนย์ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี นางสาวภาณิศา ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้บริการ STEM OSS และการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากมาตรการ Thailand Plus Package รวมทั้งมีการสำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลความต้องการบุคลากร (Demand Analysis) ของผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตร กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน โดยมี ผศ.ดร.คณิศรา ธัญสุนทรสกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ให้การต้อนรับและร่วมหารือในการพัฒนาสร้างหลักสูตรให้แก่นักศึกษาและกำลังคนในแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เพื่อตอบสนองความต้องการกำลังคนของกลุ่มอุตสาหกรรมในภูมิภาค ในงานนี้มีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมประชุมจากหลายภาคส่วน อาทิ หอการค้าจังหวัดอุดรธานี สภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี สรรพากรพื้นที่ ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาค 4 ศูนย์ส่งเสริมเศรษฐกิจการลงทุน ภาค 3 สมาพันธ์ SMEs ไทยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้ประกอบการ บริษัท ห้างร้าน วิสาหกิจชุมชน ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี หนองคาย หนองบัวลำภู ขอนแก่น ชัยภูมิ รวมทั้งผู้บริหาร คณาจารย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี วัตถุประสงค์สำคัญในหารือในครั้งนี้ คือ การนำแพลตฟอร์ม STEMPlus การทำงานของศูนย์ STEM OSS และมาตรการ Thailand Plus Package มาประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความเข้าใจและขยายเครือข่ายการพัฒนาความร่วมมือไปยังกลุ่มผู้ประกอบการในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในสถานประกอบการในรูปแบบReskill & Upskill ผลจากการหารือและทำความเข้าใจในครั้งนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี กำหนดเป้าหมายสำคัญที่จะเป็นผู้นำในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือในการเป็นศูนย์ STEM OSS เพื่อทำหน้าที่เชื่อมโยงและประสานการพัฒนาบุคลากรสมรรถสูงที่ตอบสนองต่อความต้องการของอุตสาหกรรมในภูมิภาคนี้

สอวช. จัดบูทแนะนำแพลตฟอร์มพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง และสิทธิประโยชน์ด้านการพัฒนากำลังคน ในงาน Automation & Robotic Day 2024 ณ สถาบันไทย-เยอรมัน จ.ชลบุรี

27 มกราคม 2567 97

สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมจัดบูทแนะนำแพลตฟอร์มพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง และสิทธิประโยชน์ด้านการพัฒนากำลังคน ในงาน "Automation & Robotic Day 2024 ภายใต้แนวคิด "The Future of Industrial Digital Transformation" จัดโดย สถาบันไทย-เยอรมัน หนึ่งในหน่วยงานส่วนขยายของแพลตฟอร์มพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง (STEM One-Stop Service: STEM OSS) ทางด้าน Automation & Robotic ที่ได้ร่วมกับคณะกรรมการศูนย์ความเป็นเลิศด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (CoRE) และหน่วยงานพันธมิตร จัดงานในครั้งนี้ขึ้นเพื่อนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต บริหารจัดการ และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในอุตสาหกรรมไปสู่ยุคดิจิทัล จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 26 มกราคม 2567 ณ สถาบันไทย-เยอรมัน จังหวัดชลบุรี ภายในงานมีการตั้งบูทประชาสัมพันธ์รายละเอียดข้อมูลของ STEM OSS ให้แก่ผู้สนใจ โดยคณะทำงานศูนย์ประสานงาน STEM OSS ได้ให้คำแนะนำการใช้งานแพลตฟอร์มแก่บริษัทและผู้ประกอบการที่มองหาการพัฒนาบุคลากรในสถานประกอบการผ่านการ Reskill/Upskill และบุคลากรทักษะสูงในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์ รวมถึงประชาสัมพันธ์สิทธิประโยชน์ทางภาษีในการขอรับรองการจ้างงานภายใต้มาตรการ Thailand Plus Package นอกจากนี้ ยังได้อธิบายแนวทางการรับนักศึกษาฝึกงานเพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการในจังหวัดได้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการ (Co-creation) ซึ่งจากกิจกรรมดังกล่าว คาดว่าจะมีบริษัทและผู้ประกอบการในระดับจังหวัดที่สนใจเข้ารับบริการจาก STEM OSS เพิ่มมากขึ้น ถือเป็นการขยายผลการดำเนินงานของแพลตฟอร์มให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นด้วย

สอวช. จัดบูทแนะนำแพลตฟอร์มพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง และสิทธิประโยชน์ด้านการพัฒนากำลังคนในงาน Agro FEX 2023 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลโคราช จ.นครราชสีมา

2 พฤศจิกายน 2566 164

สอวช. จัดบูทแนะนำแพลตฟอร์มพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง และสิทธิประโยชน์ด้านการพัฒนากำลังคน ในงาน Agro FEX 2023 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลโคราช จ.นครราชสีมา . สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา จัดกิจกรรมคลินิกให้คำปรึกษาด้านการจัดหาและฝึกอบรมบุคลากรในโรงงาน ภายในงาน “Agro FEX 2023” จัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2566 ณ Korat Hall ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลโคราช จังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้คำปรึกษาแก่บริษัทและผู้ประกอบการในระดับจังหวัด สร้างการรับรู้สิทธิประโยชน์และกลไกสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพกำลังคนในภาคอุตสาหกรรม และส่งเสริมให้เกิดการยกระดับความสามารถของภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบจากภาครัฐ . โดย คณะทำงานศูนย์ประสานงานแพลตฟอร์มพัฒนากำลังสมรรถนะสูง (STEM One-Stop Service: STEM OSS) ได้ให้คำปรึกษาแก่บริษัทผู้ประกอบการที่มองหาบุคลากรทักษะสูงในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์ แนะนำการใช้งานแพลตฟอร์มเพื่อช่วยหาบุคลากรทักษะสูง รวมถึงให้คำปรึกษาเรื่องการพัฒนาบุคลากรในสถานประกอบการ (Reskill/Upskill) และแนวทางการรับนักศึกษาฝึกงานเพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการในจังหวัดได้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการ (Co-creation) รวมถึงจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมเฉพาะด้าน (Industrials Training Center) . ทั้งนี้ ภายในงานได้มีการตั้งบูทประชาสัมพันธ์รายละเอียดข้อมูลของ STEM OSS ให้แก่ผู้สนใจ โดยคาดว่าจะมีบริษัทและผู้ประกอบการในระดับจังหวัดที่สนใจเข้ารับบริการจาก STEM OSS เพิ่มมากขึ้น และเป็นการขยายผลการดำเนินงานของแพลตฟอร์มให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง  

⚡️สัมมนาฟรี⚡️ สร้างตัวตน Influence คน ด้วย Personal Branding ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ฟรี (จำนวนจำกัด)❗️

8 กันยายน 2566 351

⚡️สัมมนาฟรี⚡️ สร้างตัวตน Influence คน ด้วย Personal Branding ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ฟรี (จำนวนจำกัด)❗️ > สนใจลงทะเบียนคลิกเลย การจะเป็นคนทำงานที่ทุกองค์กรต้องการตัว น่าเชื่อถือ มีความมั่นใจ สามารถพูดและโน้มน้าวให้ทุกคนร่วมมือได้ "ไม่ง่าย" แต่สามารถพัฒนาได้ ต้องเริ่มจากการมี Personal Branding ที่แข็งแกร่ง เรียนรู้เทคนิคการ Influence คน ผ่าน Personal Branding กับ อ.วราลักษณ์ สมัญญากุล (ครูแอน) โค้ชและที่ปรึกษาด้านภาพลักษณ์ ที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์โค้ชนานาชาติ (ICF)    

STEM One-Stop Service (STEM OSS) แนะนำแพลตฟอร์มพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงและสิทธิประโยชน์ด้านการพัฒนากำลังคน ภายในงาน AgroFex2022 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลโคราช จ.นครราชสีมา

6 ธันวาคม 2565 606

  เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา คณะทำงาน STEM-OSS โดย นางสาวภาณิศา หาญพัฒนนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมอุดมศึกษาและพัฒนาทักษะแห่งอนาคต สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ได้ร่วมกับ ดร.สวนิตย์ บุญญาสุวัฒน์ คณะทำงาน BCG Model สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อ “Thailand Plus Package การสนับสนุนทุนพัฒนาทักษะ BCG” เพื่อนำเสนอแนวทางการพัฒนาและขับเคลื่อน BCG ในอุตสาหกรรมระดับจังหวัด และมาตรการเพื่อสนับสนุนการพัฒนาทักษะและยกระดับศักยภาพบุคลากรรองรับ BCG ในงานจัดแสดงสินค้าและเกษตรแปรรูปและอาหารที่เน้นการส่งเสริมเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียวตลอดห่วงโซ่อุปทาน ภายใต้ชื่องาน “AgroFlex 2022” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 4 ธันวาคม 2565 ณ Korat Hall ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลโคราช จ.นครราชสีมา เพื่อส่งเสริมให้นักอุตสาหกรรมในภาคอีสานมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่ Thailand 4.0 อย่างยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าการเกษตร ลดการใช้ทรัพยากร และส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนที่สอดรับ BCG Model ซึ่งเป็นโมเดลเศรษฐกิจใหม่ตามนโยบายของรัฐบาล   ทั้งนี้ ภายในงานได้มีการตั้งบูทประชาสัมพันธ์รายละเอียดข้อมูลของศูนย์ประสานงานแพลตฟอร์มพัฒนากำลังสมรรถนะสูง (STEM-OSS) แก่ผู้สนใจ โดยคาดว่าจะมีบริษัทและผู้ประกอบการในระดับจังหวัดที่สนใจเข้ารับบริการจาก STEM-OSS เพิ่มมากขึ้น และเป็นขยายผลการดำเนินงานของแพลตฟอร์มให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง                

“สอวช.” โชว์ความสำเร็จ “แพลตฟอร์ม STEMPlus” มีผู้ผ่านการอบรมหลักสูตร “พัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง” ทะลุ 50,000 ราย ตั้งเป้า 100,000 ราย ในปี 2567 พร้อมเดินหน้าสร้างคนรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

8 กันยายน 2566 320

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2566 กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และกรมสรรพากร จัดงาน “STEMPlus พัฒนาคน เสริมทัพอุตสาหกรรมไทย” ณ มิตรทาวน์ ฮอลล์ 1 ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพ ทั้งนี้ ภายในงานได้จัดให้มีการเสวนาเรื่อง “การพัฒนากำลังคนเพื่อสร้างความสามารถการแข่งขันด้วยวิทยาการขั้นสูง” โดย ศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัดกระทรวง อว. กล่าวว่า สำนักงานปลัดกระทรวง อว. และ สอวช. ได้ร่วมกันขับเคลื่อนการจัดทำหลักสูตรการจัดการศึกษาที่แตกต่างไปจากมาตรฐานการอุดมศึกษา (Higher Education Sandbox) หรือหลักสูตรแซนบ็อกซ์ เพื่อผลิตกำลังคนสมรรถนะสูง ดึงการลงทุนเข้ามาจากต่างประเทศ กว่า 1 ปีที่ผ่านมา ล่าสุดเรามีหลักสูตรที่ผ่านการอนุมัติแล้ว 11 หลักสูตร เพื่อให้สามารถผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงตอบโจทย์ความต้องการของประเทศได้อย่างเร่งด่วน ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์โลกเปลี่ยนไป ทุกประเทศต้องปรับตัว ประเทศไทยเองก็เช่นกัน มีการปรับตัวในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะในภาคการศึกษา ซึ่งเป็นต้นทางของสร้างคนตอบโจทย์ตลาดแรงงานและความต้องการของประเทศรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น อุตสาหกรรม EV อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง เทคโนโลยีชีวภาพการแพทย์ เกษตรอัจฉริยะ อาหารมูลค่าสูง เทคโนโลยีด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ฯลฯ ดังนั้นจึงต้องมีแพลตฟอร์มใหม่ ๆ เพื่อช่วยให้นักศึกษาหรือคนทำงานมีโอกาสและความเท่าเทียมกันในการพัฒนาศักยภาพทางอาชีพอย่างทั่วถึง ขณะเดียวกันผู้ประกอบการเองก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี จากการส่งบุคลากรเข้ารับการฝึกอบรม ดร.กิติพงค์  กล่าวว่า สอวช. ได้จัดทำแพลตฟอร์มพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง ส่งเสริมการปรับทักษะ ยกระดับทักษะ (Reskill Upskill) และจับคู่กำลังคนสู่การทำงานและประกอบอาชีพ คือ STEMPlus (www.stemplus.or.th) ที่มีบริการให้ผู้ประกอบการที่ประกอบกิจการและจ้างงานในตำแหน่งที่สอดคล้องกับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ใช้ทักษะสูงด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์ (สะเต็ม) ที่ได้จ้างพนักงานใหม่ สามารถนำค่าใช้จ่ายที่เป็นเงินเดือนพนักงานไปขอยกเว้นภาษีเงินได้จากกรมสรรพากรได้ 150% นอกจากนี้ ผู้ประกอบการที่ส่งลูกจ้างเข้ารับการฝึกอบรมในหลักสูตรที่ได้รับการรับรองตามมาตรการ Thailand Plus Package ยังได้รับสิทธิประโยชน์ในการนำค่าใช้จ่ายในการอบรมไปหักภาษีได้ 250% “แพลตฟอร์มพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงดังกล่าวนั้น สอวช. ได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประเภทบริการตอบโจทย์ตรงใจ ประจำปี 2566 จากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (กพร.) โดย สอวช.จะเข้ารับรางวัลในวันที่ 7 กันยายน นับเป็นความภาคภูมิใจของพวกเราอย่างยิ่ง” ผอ.สอวช. กล่าว นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า ทิศทางการลงทุนในประเทศไทยในอีก 4 – 5 ปีข้างหน้า จะมีการลงทุนในอุตสาหกรรมแนวใหม่มากขึ้น และจะมีคลื่นการลงทุนลูกใหญ่เข้ามาในประเทศไทยเนื่องจากในภูมิภาคอาเซียนประเทศไทยมีความโดดเด่นที่สุด ส่งผลให้การลงทุนเติบโตอย่างรวดเร็ว ตัวเลขครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นถึง 70% มูลค่าเงินลงทุนมากกว่า 360,000 ล้านบาท นอกจากนี้ทิศทางการลงทุนด้านอิเล็กทรอนิกส์ มีโครงการที่ย้ายฐานเข้ามาในประเทศไทย 100 กว่าโครงการ มีเงินลงทุน 16,000 ล้านบาท มากกว่าในช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อนถึง 7 เท่า   นางสาวเสาวคนธ์ มีแสง ผู้อำนวยการกองวิชาการแผนภาษี กรมสรรพากร กล่าวว่า การพัฒนาประเทศโจทย์ที่ใหญ่ที่สุดคือเรื่องคน กรมสรรพากร ได้ออกมาตรการทางภาษีเพื่อเป็นทางลัดไปสู่เป้าหมายพัฒนากำลังคนตอบโจทย์อุตสาหกรรมแห่งอนาคตอย่างเร่งด่วน รวมถึงออกมาตรการ LTR Visa ดึงดูดกำลังคนสมรรถนะสูงจากต่างประเทศเข้ามาในไทย โดยอำนวยความสะดวกในการออกวีซ่าและเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตรา 17% ด้าน ผศ.ดร.พูลศักดิ์ โกษียาภรณ์ รองผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวเพิ่มเติมว่า บริการใน STEMPlus ตอบโจทย์ 3 กลุ่ม สำคัญ ได้แก่ กลุ่มที่ 1 ผู้ประกอบการ สามารถนำค่าใช้จ่ายในการจ้างงานบุคลากร STEM ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ผ่านการรับรองไปขอลดหย่อนภาษีได้ 150% ซึ่งปัจจุบันมีการขอรับรองการจ้างงานแล้ว 4,446 ตำแหน่งงาน จาก 105 บริษัท อีกทั้งส่งบุคลากรเข้ารับฝึกอบรมในหลักสูตรที่ผ่านการรับรองจาก อว. สามารถขอลดหย่อนภาษีได้ 250% ซึ่ง STEMPlus ได้รวบรวมรายชื่อหลักสูตร จำนวน 691 หลักสูตร จาก 70 หน่วยฝึกอบรม ซึ่งมีผู้เข้ารับการฝึกอบรมแล้ว 55,130 คน โดยมีเป้าหมายจะพัฒนาคนให้ได้ 100,000 คน ภายในปี 2567 กลุ่มที่ 2 นักศึกษาและบุคคลทั่วไป จะได้รับประโยชน์จากการเพิ่มโอกาสการได้ทำงานที่ต้องการและพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ที่จำเป็น โดยปัจจุบันมีนวัตกรรมการศึกษาในรูปแบบ Higher Education Sandbox เกิดขึ้นจำนวน 11 โครงการ ซึ่งจะสามารถผลิตกำลังคนที่สอดคล้องตามความต้องการได้อย่างน้อย 20,000 คนภายในปี 2575 และกลุ่มที่ 3 หน่วยฝึกอบรม ได้รับการส่งเสริมให้พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมที่ตอบโจทย์ตามความต้องการในหลากหลายสถานการณ์ “ปัจจุบัน กลไกการรับรองหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรด้าน STEM ล่าสุดได้มีพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 777 และ ฉบับที่ 778) พ.ศ. 2566 ให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับการจ้างงานบุคลากรด้าน STEM และการพัฒนาบุคลากรในองค์กร ต่อไปอีก 3 ปี คือ พ.ศ. 2566 – 2568  คาดว่า แพลตฟอร์ม STEMPlus จะเป็นกลไกพัฒนากำลังคนรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเป้าหมายในระยะต่อไป โดยเฉพาะการพัฒนาหลักสูตรระยะสั้น (non-degree) ให้ครอบคลุมในทักษะซึ่งเป็นที่ต้องการ และบริการที่ตอบสนองนักลงทุนในทุกมิติ ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยไปอีกขั้นด้วยวิทยาการขั้นสูง” รองผู้อำนวยการ สอวช. กล่าว นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดงนิทรรศการจากหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้องกว่า 20 หน่วยงาน เพื่อสร้างการรับรู้ถึงสิทธิประโยชน์ และกลไกสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพกำลังคนในภาคอุตสาหกรรมไทยจากภาครัฐ และเพื่อส่งเสริมให้เกิดการยกระดับความสามารถของภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นระบบ ให้เกิดความร่วมมือด้านการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูงระหว่างผู้ประกอบการและสถาบันอุดมศึกษาแบบยั่งยืน และยังให้บริการ STEMPlus คลินิก ให้คำปรึกษาด้านการพัฒนากำลังคน และแนะแนวทางเข้าถึงสิทธิประโยชน์ อาทิ มาตรการทางภาษีเพื่อส่งเสริมการจ้างบุคลากรที่มีทักษะสูงและการพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะสูง (Thailand Plus Package) ชี้เป้าให้เห็นถึงหลักสูตรที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานในอนาคต ตลอดจนสิทธิประโยชน์ของผู้ประกอบการ นักศึกษา ตลอดจนประชาชนทั่วไปที่จะได้รับอีกด้วย ส่วนผู้ที่พลาดงานนี้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.stempluls.or.th

เว็บไซต์ มีการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็มไซต์ (Cookies) เพื่อพัฒมาประสบการณ์ของผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมที่นี่